Losing my religion / R.E.M.

June 21, 2016

 

Losing my religion / R.E.M.

Oh life, it’s bigger / ชีวิตน่ะ! มันยิ่งใหญ่
It’s bigger than you / ยิ่งใหญ่กว่าที่คุณคิด
And you are not me. / แต่ละคนย่อมมีทัศนคติของตัวเอง

"Losing my religion" เป็นวลีทีติดปากของผู้คนทางตอนใต้ของสหรัฐฯ แปลความได้ว่า ควบคุมตัวเองไม่ได้ ใกล้จะบ้าแล้ว

"Losing my religion” คือบทเพลงที่ฮิตที่สุดเพลงหนึ่งของวง R.E.M. ทุกครั้งที่ผมได้ฟังจะรู้สึกมวนท้องอย่างประหลาด อาจจะด้วยว่าความหมายที่ซ้อนเร้นของบทเพลง วกไปวนมา จนบางครั้งก็ฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจในความหมาย

ต้นยุคทศวรรษ 1990 กระแสอัลเทอร์เนทีฟเริ่มก้าวสู่กระแสหลัก อาร์.อี.เอ็ม. ถือว่าเป็นผู้บุกเบิกแนวเพลงนี้ พวกเขาได้ออกผลงานที่ประสบความสำเร็จด้านการตลาด และเป็นวงแรกที่ได้รับรางวัล Grammy สาขาวง Alternative Music ยอดเยี่ยมในปี 1992 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการแจกรางวัลในสาขานี้ แซวๆ กันว่าคณะกรรมการตั้งรางวัลนี้ขึ้นมาเพราะไม่รู้ว่าจะจัด R.E.M. อยู่ในดนตรีประเภทไหน...

R.E.M. คำย่อนี้ มาจากคำว่าอะไรนั้น ไมเคิล สไตป์เคยบอกว่า ครั้งหนึ่งคุณย่าของเขาได้จับแขนเขาไว้ และบอกถึงความหมายชื่อวงดนตรีของหลานชายในความเข้าใจของคุณย่าเองว่า R.E.M. คือ Remember Every Moment (ระลึกถึงเสมอ)

เพลงนี้ออกวางจำหน่ายในช่วงกลางปี 1991 ปรากฏว่าได้รับความสำเร็จมากถึงมากที่สุด เพราะตัวเพลงเองขึ้นถึงอันดับ Top 5 ทั้งในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และหลายประเทศในยุโรป ส่วน MV เพลงนี้ ก็ติดอันดับ Top 20 MV ยอดเยี่ยมในปี 1991 ด้วยเช่นกัน แม้ว่าทางวงจะพยายามปฎิเสธตลอดมาว่า เพลงนี้ไม่เกียวข้องอะไรกับศาสนา และพยายามที่จะบอกว่าเป็นแค่เพลงรักเพลงหนึ่ง แต่ถ้ามีโอกาสได้ดู MV แล้ว กลับเต็มไปด้วยนัยยะทางศาสนาและความเชื่อ ผสมปนเปกับตำนานเกี่ยวกับเทพองค์หนึ่งที่ตกมาจากสวรรค์ จากหนังสือเรื่อง A Very Old Man with Enormous Wings ของ Gabriel Garcia Marquez

สำหรับผมแล้ว เพลงนี้น่าจะหมายถึงสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากบอก(ความรัก/ความจริง) แต่บอกไม่ได้ รวมถึงการสิ้นศรัทธาในบางอย่าง แต่ทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานที่ต้องการบอกให้โลกรู้ว่า ฉันพร้อมนะ ที่จะต่อสู้กับสิ่งต่างๆ ด้วยความเชื่อที่มีอยู่ แม้จะไม่มีใครเห็นด้วยก็ตาม แต่ท้ายสุดเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะสู้ไหวไหม...

แฟนเพลงบางคนบอกว่า เพลงนี้เกี่ยวข้องกับการอยากจะสารภาพถึงความเป็นเกย์ของ Michael Stipe ผู้แต่งเอง (อันที่จริงเขาบอกไว้ว่า เค้าไม่สามารถนิยามได้ว่าตัวเองเป็นเกย์ ไบ หรือชายแท้ แต่แค่สามารถรักได้ทั้งชายและหญิง) นั่นคือเมื่อ 25 ปีที่แล้ว.....

หันกลับมาที่ปัจจุบันปี 2016 ปีที่อเมริกาอาจจะมีประธานาธิบดีเป็นผู้หญิง ปีทีบุคคลที่ทรงอำนาจที่สุดในยุโรปเป็นผู้หญิง แต่เป็นปีที่เกิดการสังหารหมู่เกย์ที่เยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ เอาเข้าจริงแล้วโลกเราเปลี่ยนแปลงจริงๆ หรือ

เหตุกราดยิงที่ไนท์คลับในเมืองออร์แลนโด ยิ่งตอกย้ำให้เห็นชัดว่า โลกเรามีความหลากหลายมากมาย ทุกคนมีความเชื่อเป็นของตัวเอง ทุกคนมีความฝัน ทุกคนมีความแตกต่าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดบนโลกบิดๆ เบี้ยวๆ ใบนี้ ก็คือ เราจะทำอย่างไรที่จะทำให้ความแตกต่างนั้นอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ถ้าเพลงที่ดี คือเพลงที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนได้ เพลงนี้ก็คงจะเป็นเช่นนั้น เพราะมันสามารถเชื่อมต่อกับเรื่องราวของผู้คนได้หลากหลาย เพราะไม่มีใครจะบอกได้ถึงนัยแท้ๆ ของมัน และมันคงจะต้องดีมากถึงมากที่สุดเลยทีเดียวเพราะมันมีพื้นที่ว่าง ให้ทุกคนเลือกเชื่อมต่อกับเรื่องราวได้ตามความเชื่อของตัวเอง
 

 

 

Share on Facebook
Please reload

September 30, 2019

Please reload

TAGS

Please reload

FEATURED POSTS

Contact us

© 2019 Everyday Karmakamet. All right reserved