ยักษ์-ฒนธรรม

September 23, 2016

 

ทันทีที่ได้ยินข่าวเรื่องดราม่าพี่ยักษ์พาเที่ยวไทย ก็นึกสงสัยว่า ความจริงแล้ววัฒนธรรมนั้นหน้าตามันเป็นยังไงกันแน่

ไม่ใช่อะไร วัฒนธรรม ดูเป็นคำแสนเข้าใจยาก ดูเป็นคำสูงอาจเพราะมันคือชื่อกระทรวง ดูจับต้องยากเพราะมีแต่คนคอยหวงแหนเสียจนจับต้องไม่ได้ ถ้าเอาตามที่เข้าใจ วัฒนธรรม หมายถึง สิ่งที่ทำความเจริญงอกงามให้แก่หมู่คณะ (จำมาจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานอีกที)

จากข่าวในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เห็นอะไรหลายอย่าง อย่างแรก คือ คนหัวอนุรักษ์ (หรือที่เราชอบใช้คำเชิงลบกับพวกเขาว่า หัวโบราณ) มักจะยึดติดอยู่กับขนบแบบเดิมๆ และมองว่าวัฒนธรรมที่ยิ่งเก่าแก่ ยิ่งต้องทำนุบำรุงรักษา ซึ่งวิธีการก็คือ สืบสานธรรมเนียมแบบดั้งเดิมเอาไว้ และไม่ยินดีที่จะให้ใครมาบิดเบือนหรือดัดแปลงจนสิ่งเหล่านี้ต้องเปลี่ยนแปลงไป

ถามว่าผิดไหม ไม่ผิดเลย เพราะคนเหล่านี้เชื่อและถูกปลูกฝัง รวมถึงเข้าใจถึงเบื้องหลังของวัฒนธรรมเก่าแก่หลายๆ อย่างในแง่ของการที่เป็นวัฒนธรรมในราชสำนัก (แต่วัฒนธรรมเดียวกันก็สามารถมีได้ทั้งในวังและนอกวัง) และมองว่าวัฒนธรรมเหล่านี้เปรียบได้กับ ‘ของสูง’ หรือ ‘ลัทธิ’ ที่ควรเคารพบูชา จึงไม่แปลกอะไรถ้าพวกเขาจะแสดงความห่วงใยหรือท้วงติงออกมา

อย่างที่สอง คนหัวใหม่ (อย่างเราๆ) ถกเถียงกันยกใหญ่ว่าวัฒนธรรมคือสิ่งที่ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงได้เสมอไม่ใช่หรือ การเอาวัฒนธรรมที่ถูกยกให้เป็นของสูง มากระโดดโลดเต้น เทขนมครก หรือขับรถโกคาร์ท ก็ไม่น่าจะผิดอะไร ดีเสียด้วยซ้ำ เพราะวัฒนธรรมที่มักถูกมองว่าเป็นสิ่งเข้าถึงยากเหล่านี้ถูกทำให้เข้าถึงง่ายขึ้น

หากจะสรุปว่าใครถูก หรือ ใครผิด คงให้คำตอบไม่ได้ สู้ทำความเข้าใจซึ่งกันและกันดีกว่า ถ้ามองร่วมกันว่าวัฒนธรรมคือสิ่งที่ทำให้เจริญงอกงามจากทั้งสองกลุ่มคน สองยุคสมัย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่หรือถ้าการกระทำจากคนทั้งสองยุค ต่างก็สืบทอด สานต่อ และเผยแพร่วัฒนธรรมที่ว่า

วัฒนธรรมที่ทำให้เกิดการเข้าใจกันและกัน มันดีกว่า วัฒนธรรมที่ทำให้เกิดความแตกแยกมากมายนัก แต่นั่นแหละ ทั้งหมดทั้งมวลก็คือวัฒนธรรม ถ้าเราเข้าใจวัฒนธรรม เราก็น่าจะเข้าใจผู้คน เข้าใจสังคม และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ไม่ยากเลย : )

Share on Facebook
Please reload

December 27, 2019

Please reload

TAGS

Please reload

FEATURED POSTS

© 2019 Everyday Karmakamet. All right reserved