IVORY WAR IS OVER! China Announces Ban on Ivory Trade


จีนประกาศแบนการค้างาช้างอย่างเป็นทางการ นับเป็นข่าวดีที่ไม่ใช่แค่เฉพาะนักอนุรักษ์และคนที่ทำงานด้านธรรมชาติสิ่งแวดล้อมต่างดีใจกันลั่น แต่ชาวโลกต่างก็ดีใจระคนแปลกใจ เมื่อจีนประกาศจะกำจัดธุรกิจค้างาช้างให้หมดไปภายในสิ้นปีนี้ นักอนุรักษ์ต่างพูดกันว่านี่คือการออกประกาศครั้งประวัติศาสตร์ อาจเพราะราว 70% ของธุรกิจค้างาช้างล้วนมีปลายทางอยู่ในจีน ต้นทางของงาช้างส่วนใหญ่มาจากคองโก เคนย่า แทนซาเนีย โตโก และโมซัมบิค ก่อนที่จะถูกลักลอบกระจายไปยังทวีปยุโรป อาทิ สเปน ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงตลาดสำคัญในทวีปเอเชีย ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฮ่องกง และตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจีน ด้วยความต้องการทางตลาดงาช้างสูง เพราะชาวจีนเชื่อว่า งาช้างคือเครื่องประดับสำหรับเสริมบารมี ทำให้พรานเถื่อนในแถบตะวันออกของแอฟริกาต้องล่าช้างเพียงเพื่อเอางาของมัน จากการสำรวจในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติการามบาของคองโกพบว่า ตั้งแต่ปี 1980 จำนวนช้างแอฟริกาลดลงจาก 22,000 ตัว มาเป็นไม่ถึง 2,000 ตัวในปัจจุบัน นั่นหมายถึงจำนวนที่ลดลงถึง 90% ปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ตกคือ พื้นที่ที่กว้างขวางมากของเขตอุทยานแห่งชาติ และจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ไม่เพียงพอที่จะดูแลได้ทั่วถึง รวมถึงปัญหาสำคัญ คือความยากจนของชาวบ้านในแถบพื้นที่ใกล้กับเขตอนุรักษ์ ที่ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือก ต้องล่างาช้างเพียงเพราะได้เงินมากกว่าการทำงานตามปกติ

แต่สถานการณ์ใช่ว่าจะเลวร้ายเสมอไป เพราะในนามิเบีย เราจะพบเห็นช้างแอฟริกาจำนวนมากได้ตามธรรมชาติ อุทยานเห่งชาติของนามิเบียทุกแห่งมีนโยบายแก้ปัญหาด้วยการเก็บค่าธรรมเนียมล่าสัตว์ในราคามหาโหด และจำกัดให้ล่าเฉพาะสัตว์บางชนิดที่มีจำนวนมากเกินปกติของระบบนิเวศน์ รวมถึงสัตว์ที่ใกล้สิ้นอายุขัยตามธรรมชาติ รายได้ทั้งหมดไม่ได้เข้ากระเป๋ารัฐบาล แต่จะถูกนำไปเป็นงบประมาณในการพัฒนาชุมชนโดยรอบพื้นที่อนุรักษ์ รวมถึงเป็นเงินค่าจ้างชาวบ้าน เพื่อเป็นหน่วยดูแลการลักลอบล่าสัตว์ผิดกฏหมายด้วย ส่วนทางจีนนั้น ได้ตั้งเป้าว่าจะลดการติดต่อค้าขายงาช้างกับเหล่าพ่อค้านายหน้าทั้งในและนอกประเทศให้หมดได้ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ และจะผลักดันให้เหล่าร้านรวงที่ขายผลิตภัณฑ์จากงา ช้างงดทำการค้าและขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าผิดกฏหมายให้ได้ภายในสิ้นปี เราจะได้อะไรจากข่าวนี้ คำตอบก็คือ งาช้างจะไม่ได้เป็นสินค้าอีกต่อไป เราจะเห็นมันอยู่กับช้างตัวเป็นๆ แล้วลองนึกภาพดูว่า ตอนที่เราได้เห็นช้างจริงๆ ในธรรมชาตินั้น มันน่าตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจแค่ไหนกัน

ที่มา: ‘China announces ban on ivory trade by end of 2017’ จาก www.bbc.com

และ ‘The War on elephants’ จาก www.bbc.co.uk

TAGS

FEATURED POSTS