SUPPORT : Monumental Hands Rise from the Water in Venice to Highlight Climate Change


ผลงานศิลปะที่ไม่ใช่แค่งานศิลปะแต่เป็น “ผู้มาเตือน” เพื่อสร้างความตระหนักให้แก่คนรุ่นใหม่ได้เห็นถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นที่รู้จักกันดีว่า เวนิส เป็นเมืองแห่งสายน้ำที่โดดเด่นในเรื่องของเรือกอนโดล่า คลองและสะพานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ถึงความตื่นตาตื่นใจในรูปแบบสถาปัตยกรรม สถานที่, กิจกรรมต่างๆ และงานเทศกาลประจำเมือง เมืองเวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเอเดรียติกในภาคเหนือของประเทศอิตาลี

แต่ในช่วงนี้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมความงามอาจจะต้องตกใจกับการทักทายของ “ผู้มาเตือน” งานประติมากรรมในชื่อผลงาน “SUPPORT” ประติมากรรมมือยักษ์ที่ผุดขึ้นมาจากน้ำเพื่อพยุงกำแพงของ Ca 'Sagredo Hotel อันเก่าแก่ ที่สร้างขึ้นมาย้ำเตือนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างเมืองกับสายน้ำ โดยผลงานชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นโดยนักปั้นชาวอิตาลี Lorenzo Quinn ที่สรรสร้างประติมากรรมชิ้นนี้ขึ้นมาเพื่องาน 2017 Venice Art Biennale โดยเฉพาะ SUPPORT ถูกออกแบบสื่อให้เห็นถึงการเตือนภัยคุกคามของเมืองเช่นเวนิสเนื่องจากระดับน้ำทะเลสูงที่ขึ้น และเปรียบเทียบมนุษย์อย่างเราๆ เป็นมือคู่ยักษ์ทั้งสองข้างที่มีบทบาทในการผลักดันเพื่อไม่ให้เกิดภาวะโลกร้อน ตลอดจนแสดงให้เห็นถึง มือทั้งสองคู่ของมนุษ์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ และการทำล้ายล้างในตัวเอง รวมไปถึงพฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์ที่เป็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยล่าสุดเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก เมื่อผู้นำของประเทศมหาอำนาจอย่าง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาได้ประกาศถอนตัวออกจาก “Paris Agreement” ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกซึ่งจะมีผลทันที พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงที่ดีกว่าเดิมในมุมมองของผู้นำสหรัฐฯ โดยการถอนตัวออกจาก “Paris Agreement” นั้นทำให้อเมริกาได้กลายเป็น 1 ใน 3 ของประเทศบนโลกที่ไม่ยอมร่วมข้อตกลงนี้ อีกสองประเทศคือซีเรียและนิคารากัว จากทั้งหมด 195 ประเทศที่ร่วมมือกัน (*สามารถอ่านลายละเอียดข้อตกลงปารีสต่อได้ที่ goo.gl/oWPoci ) หลังจากนั้นประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีหนุ่มของฝรั่งเศส ได้แถลงผ่านทางโทรทัศน์ ทั้งภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษว่า การตัดสินใจของประธานาธิบดีทรัมป์เป็นสิ่งผิดพลาด และไม่ยอมรับที่จะให้มีการเจรจาใหม่ใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังได้ย้อนสโลแกนของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ใช้ตอนหาเสียงว่า "Make America Great Again" มาเป็น " Make Our Planet Great Again" และยังย้ำอีกว่า “ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ต้องมีความรับผิดชอบในเรื่องนี้เหมือนกัน เพื่อให้โลกของเรากลับมา