The Merry Cemetery, grave markers celebrate life with beautiful images and gentle wit.


หลายคนต่างพากันพูดว่าความตายเป็นเรื่องน่าเศร้าและหดหู่ทุกข์โศกตรม แต่ไฉนเล่า The Merry Cemetery สุสานเก่าแก่จึงเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา แถมยังมีอารมณ์ขันสอดแทรกบนป้ายหลุ่มฝังศพอีกด้วย The Merry Cemetery สุสานแห่งความรื่นรมย์ หรือชื่อตามภาษาโรมาเนียว่า ‘Cimitirul Vesel’ เป็นสุสานประจำหมู่บ้านสปินซา (Săpânța) หมู่บ้านชนบททางเหนือของประเทศโรมาเนีย เหล่าไม้กางเขนกว่า 600 ไม้แบกรายละเอียดเรื่องราวของช่วงเวลาสุดท้ายของพวกเขาที่ จารึกเรื่องราวการจากไปเอาไว้อย่างสวยงามบนแผ่นไม้โอ๊คแกะสลักเป็นภาพคนในอิริยาบทต่างๆ เมื่อมีคนตายความทรงจำของพวกเขาโดยทั่วไปจะเข้าสู่สถานะแบบอุดมคติในจิตใจของผู้ที่รักพวกเขา การจากไปอย่างสง่างามกลบทับข้อบกพร่องของพวกเขาทั้งหมด ทุกอย่างที่เคยทำได้รับการอภัยและลืมไปแล้วและโดยเฉพาะเรื่องที่ไม่น่าพอใจ แทบจะไม่มีใครพูดถึงเรื่องที่ไม่ดีหรือไม่น่าพอใจเลย โดนส่วนใหญ่จะพูดกันในเรื่องราวดีๆ ที่น่าจดจำของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วบนหลุมฝังศพของเขา ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงเพื่อให้พวกเขาที่จากไปได้พักผ่อนอย่างสงบ ทุกภาพสลักเสลาไปด้วยดอกไม้ลวดลายระยิบระยับสีสันสดใสฉูดฉาดจนแปลกตา ทั้งสำน้ำเงิน แดง เหลืองและเขียวปะปนกันไปต่างๆ นานา กลมกลืนกันจนเกิดความสว ยงามและสงบสุขและในความรื่นรมย์นั้นมีความเศร้าโศกแอบซ่อนอยู่ ก็เพราะกลิ่นของฟอร์มาลีนและกลิ่นชื้นที่ผิดแปลกจากพื้นดินเบื้องล่างเล็ดลอดออกมาย้ำเตือนว่าที่นี้คือสุสานเก่าแก่ที่มีแต่ ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว Stan Ioan Pătraş ( สแตน ไอออน แพทราส ) เกิดในปี 1908 ตอนอายุได้ 14 ปีเขาเริ่มแกะสลักไม้กางเขนไว้สำหรับสุสานแห่งความรื่นรมย์เป็นครั้งแรก และในปี 1935 แพทราสเริ่มแกะสลักถ้อยคำต่างๆที่เสียดสีและบทกวี ในภาษาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับผู้ตาย และเขายังวาดภาพต่างๆรวมไปถึงภาพเหตุการณ์การเสียชีวิตของผู็ที่ล่วงลับนั้นๆอีกด้วย Stan Ioan Pătraş ยังได้ให้ความหมายแก่งานของเขาไว้ว่า สีเขียวเป็นตัวแทนของชีวิต สีเหลืองแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ สีแดงสำหรับความรัก และสีดำสำหรับความตาย และสีที่เป็สีหลักของเขาคือสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีที่ทำให้ Săpânţa เป็นที่จดจำ ซึ่งเขาเชื่อว่าสีน้ำเงินเป็นสีที่บ่งบอกถึงความหวังเสรีภาพ ท้องฟ้า และนอกจากนี้ยังมีสัญลักษณ์อื่นๆที่เขาชอบวาดมันอย่างเช่น รูปหัวใจ นกพิราบสีขาว ดอกไม้ใบหญ้า และนอกจากนี้ภาพของนกสีดำยังเป็นสัญลักษณ์ของความตายอันโศกเศร้าอีกด้วยและหลังจาก Stan Ioan Pătraş เสียชีวิตลงโดยมีการแกะสลักไม้กางเขนของตัวเอง และส่งต่องานทั้งหมดให้กับเด็กฝึกงานที่มีพรสวรรค์ที่สุดคือ Dumitru Pop Dumitru Pop ได้ใช้เวลาถึงสามทศวรรษที่ผ่านมาในการแกะสลักไม้กางเขนของสุสานและได้เปลี่ยนบ้านเป็นพิพิธภัณฑ์เชิงปฏิบัติการของสุสานของ The Merry Cemetery ในการทำงานของ Pop นั้นแทบไม่ต่างอะไรไปจากครูของเขา Stan Ioan Pătraş ที่แกะสลักภาพลงบนป้าย และรวมไปถึงเหล่าบทกลอนและป้ายคำจารึกต่างๆ อย่างมากมาย หลายครอบครัวที่มีคนเสียชีวิตต่างพากันมาหาเขาและขอให้เขาช่วยแกะสลักภาพและบทกลอนจารึกไว้บนหลุมฝังศพ โดยคำจารึกรวมไปถึงบทกลอนแ